“ขนมแป้งจี่” และ “บ้าบิ่น”ต่างกันยังไง


“ขนมแป้งจี่” ไม่ใช่ “บ้าบิ่น”
ขนมแป้งจี่ อีกหนึ่งเมนูคู่ร้าน “ขนมสยาม” เคียงคู่กับ “ขนมครกใบเตย” และ “ขนมกรวยทอง” ไม่ใช่ ขนมบ้าบิ่น แม้จะเป็นแฝดคนละฝา ทั้งเป็นขนมโบราณเหมือนกัน ที่สำคัญส่วนผสมหลักล้วนใกล้เคียงกันคือ แป้งข้าวเหนียว,มะพร้าว,น้ำตาลมะพร้าว แต่สิ่งที่ทำให้ ขนมแป้งจี่ ไม่ใช่ ขนมบ้าบิ่น คือ “ไข่ไก่” และ “วิธีทำ”
ขนมแป้งจี่ มีไข่ไก่ เป็นส่วนประกอบทำให้เนื้อสัมผัสมีความนุ่มลิ้น และใช้การ “จี่” ทำให้สุก ต่างจาก “ขนมบ้าบิ่น” ซึ่งใช้การอบ ที่สำคัญ ขนมชนิดนี้มีความเป็นมานานกว่า 200 ปี อีกด้วย
“ประวัติ ขนมแป้งจี่”
ขนมแป้งจี่ เป็นขนมโบราณ ที่มีประวัติตั้งแต่สมัยอยุธยา พบหลักฐานในวรรณกรรมเรื่อง
ขุนช้าง ขุนแผน ตอนที่ 37 นางสร้อยฟ้าทำเสน่ห์ ดังนี้
“สร้อยฟ้าไม่สันทัดอึดอัดใจ ปามแป้งใส่ไล้หน้าหนาสิ้นที
พลายชุมพลจึงว่าพี่สร้อยฟ้า ทำขนมเบื้องหนาเหมือนแป้งจี่”
แม้ ขุนช้าง ขุนแผน ตอนที่ 37 จะมีการบันทึกหลักฐานว่าแต่งเพิ่มในสมัยรัตนโกสินทร์ช่วงรัชสมัยรัชกาลที่ 2 และ 3
  แต่ต้นฉบับนั้นเชื่อว่าแต่งเมื่อรัชสมัยพระนารายณ์มหาราช จึงเชื่อได้ว่า “แป้งจี่” เป็นขนมที่อยู่คู่ชาวไทยตั้งแต่สมัยอยุธยาหรืออย่างน้อยคือรัตนโกสินทร์ตอนต้น แต่ได้รับการดัดแปลงตามสูตรของแต่ละยุค ตามบุคคล นานกว่า 200 ปีจนปัจจุบัน
 “ขนมแป้งจี่” ตำรับ “ร้านขนมสยาม”
ขนมแป้งจี่ ของร้านขนมสยามนั้น เป็นสูตรที่ คุณ นิภา หาญพงศ์พิพัฒน์ นำสูตรดั้งเดิมมาดัดแปลง เป็นแบบฉบับของตนเอง โดยแต่เดิมนั้น ขนมนี้ มีส่วนประกอบหลักไม่กี่อย่างตามตำรับขนมไทยโบราณ คือ แป้งข้าวเหนียว หรือ แป้งข้าวเจ้า,มะพร้าว และ ไข่ไก่ แต่สูตรของคุณนิภา ร้านขนมสยามนั้น นำแป้งข้าวเหนียวมาเสริมความอร่อยด้วยการผสมข้าวโพด และ สร้างอีกหนึ่งรูปลักษณ์รสชาติด้วยการใช้แป้งข้าวเหนียวดำผสมเผือก พร้อมปรุงรสด้วยสูตรลับเฉพาะ จนได้เป็น ขนมแป้งจี่ 2 สี 2 รส ที่ล้วนหอม นุ่มลิ้น หวานอร่อย ที่สำคัญ ปราศจาก “น้ำมัน” ในทุกขั้นตอนการปรุง

Leave a comment